การเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี สามารถทำได้อย่างไร

การเก็บรักษาอาหารที่ถูกวิธีช่วยป้องกันการเน่าเสียของอาหาร ไม่เป็นการลดทอนคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยยืดอายุอาหารได้อีกด้วย มารู้จักวิธีเก็บรักษาอาหารที่ถูกต้องกัน
การเก็บรักษาอาหารที่ผิดวิธีอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาต่าง ๆ ได้ ทั้งการปนเปื้อนของเชื้อโรค อาหารเน่าเสียเร็ว หรือแม้แต่การสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น การเข้าใจหลักการเก็บรักษาอาหารอย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการช่วยยืดอายุอาหารให้อยู่ได้นานที่สุด
การเก็บรักษาอาหาร มีความสำคัญอย่างไร

การเก็บอาหารอย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยยืดอายุของวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการเน่าเสียของอาหาร และลดสาเหตุการเน่าเสีย ที่อาจทำให้เกิดโรคหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้อีกด้วย มาดูกันว่าการเก็บรักษาอาหารที่ถูกวิธี จะช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
- ยืดอายุการใช้งานของอาหาร
อาหารบางประเภท เช่น อาหารแห้ง หรืออาหารที่เก็บได้นาน หากมีการจัดเก็บอย่างเหมาะสมในที่เก็บอาหารที่มีอุณหภูมิเหมาะสม เช่น ตู้เย็นหรือภาชนะสุญญากาศ ก็สามารถเก็บไว้บริโภคได้นานขึ้น โดยไม่สูญเสียรสชาติหรือคุณค่าทางโภชนาการ
- ป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและแบคทีเรีย
การเก็บรักษาเนื้อสัตว์ หรืออาหารสด ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาหารดิบเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย เช่น ซัลโมเนลลา หรืออีโคไล หากไม่ได้เก็บอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่อาหารเน่าเสีย หรือเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
- ลดปริมาณขยะอาหาร
การวางแผนการจัดอาหาร และรู้จักวิธีการเก็บรักษาที่ดี จะช่วยลดการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
เมื่อรู้จักเก็บรักษาอย่างถูกต้อง เช่น การเก็บอาหารในตู้เย็น หรือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันอากาศเข้า จะช่วยลดการซื้ออาหารใหม่บ่อย ๆ
- สร้างสุขอนามัยที่ดีภายในบ้าน
การจัดเก็บอาหารอย่างเป็นระเบียบ เช่น การแยกประเภทอาหารในตู้เย็น หรือเลือกใช้ภาชนะสะอาดตามหลักการเลือกใช้อุปกรณ์ในการถนอมอาหาร จะช่วยให้ครัวปลอดภัยจากกลิ่นอับ เชื้อรา และแมลงต่าง ๆ
วิธีการเก็บรักษาอาหาร
โดยทั่วไปแล้ว การเก็บรักษาอาหารสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ซึ่งมีหลักการจัดอาหารและวิธีที่ต่างกันออกไป ดังนี้
- การเก็บรักษาอาหารด้วยความเย็น เช่น เก็บอาหารในตู้เย็น หรือช่องแช่แข็ง เหมาะสำหรับการเก็บรักษาเนื้อสัตว์ อาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ หรืออาหารในตู้เย็น เพื่อยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บ
- การเก็บรักษาอาหารแห้ง เหมาะสำหรับวัตถุดิบ เช่น ข้าวสาร พืชตากแห้ง หรือถั่วต่าง ๆ ซึ่งเป็นอาหารที่เก็บได้นาน เพียงแต่ต้องเก็บไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
- การเก็บด้วยการแช่แข็ง ใช้สำหรับวัตถุดิบที่ต้องการเก็บรักษานาน เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรืออาหารแปรรูป เพื่อช่วยลดสาเหตุการเน่าเสียของเนื้อสัตว์
- การถนอมอาหารด้วยความร้อน เช่น การต้ม การนึ่ง หรือการพาสเจอไรซ์ ซึ่งมักใช้ร่วมกับบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ เพื่อให้อาหารที่เก็บได้นานที่สุด และอยู่ในสภาพที่พร้อมรับประทานโดยไม่ต้องแช่เย็น
- การเก็บด้วยการหมักดอง เป็นวิธีการเก็บรักษาอาหาร ที่ใช้วิธีเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาหารให้เป็นกรดหรือเกลือสูง เช่น ผักดอง ปลาร้า หรือผลไม้แช่อิ่ม เพื่อยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์
- การเก็บด้วยการอบแห้ง / ตากแดด ใช้ลดความชื้นในวัตถุดิบ ทำให้ไม่เกิดการเน่าเสียของอาหาร เหมาะกับวัตถุดิบที่ควรนำมาแปรรูป เช่น เนื้อแดดเดียว กล้วยตาก
- การอุ่นซ้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในอาหารกลุ่มพร้อมรับประทานหรืออาหารปรุงสำเร็จ ตามหลักสุขาภิบาล เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย เช่น ถ้าทิ้งไว้นอกตู้เย็น ควรอุ่นซ้ำทุก 2–4 ชั่วโมง
การเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภททำได้อย่างไร

อาหารแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะที่ต้องการการดูแลแตกต่างกัน เช่น อาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ หรือแม้แต่ อาหารแห้ง หากจัดเก็บผิดวิธีอาจทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหาร ส่งผลต่อสุขภาพผู้บริโภคและต้นทุนในการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยวิธีการเก็บรักษาอาหารเฉพาะในแต่ละประเภท มีดังนี้
- อาหารสดและเนื้อสัตว์
- การเก็บรักษาอาหารสดควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0–4°C เพื่อชะลอการเน่าเสียของเนื้อสัตว์
- สำหรับเนื้อสัตว์ดิบ ควรแยกเก็บจากอาหารสุกเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- ใช้ถาดสเตนเลสปิดฝา หรือบรรจุในกล่องซีลสุญญากาศ
- อาหารปรุงสำเร็จ
- หากเก็บนอกตู้เย็น ควรพิจารณาว่าอาหารควรอุ่นทุกกี่ชั่วโมง เพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เชื้อโรคเจริญเติบโต
- บรรจุในกล่อง Food Grade หรือกล่องความร้อนชนิดพิเศษที่รักษาอุณหภูมิได้นาน
- อาหารแห้ง
- ควรเก็บในที่เก็บอาหาร ที่แห้งและไม่มีความชื้น เช่น ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท หรือถุงซิปล็อก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นหืนหรือแมลงรบกวน
- อาหารแช่แข็ง
- ต้องแยกเก็บเป็นสัดส่วน เช่น ซุป เนื้อสัตว์ หรืออาหารแปรรูป
- ใช้ถุงแช่แข็งเฉพาะประเภท หรือกล่องที่ทน -20°C
เทคนิคการเก็บรักษาอาหารมีอะไรบ้าง
เทคนิคสำคัญที่ควรรู้ในการเก็บรักษาอาหาร มีดังนี้
- ควรแยกอาหารสด อาหารแห้ง และอาหารปรุงสำเร็จออกจากกัน การจัดหมวดหมู่อาหารช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้ามชนิด และควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำมากขึ้น
- เก็บอาหารในตู้เย็นอย่างถูกวิธี โดยอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อลดสาเหตุการเน่าเสียของเนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงการอัดของแน่นเกินไป เพื่อให้อากาศเย็นหมุนเวียนได้ทั่วถึง
- ควรตั้งอุณหภูมิตู้เย็นไว้ที่ 0–4°C สำหรับช่องแช่เย็น และ -18°C สำหรับช่องแช่แข็ง
- หากต้องเก็บอาหารที่ผ่านการปรุงแล้วไว้ในอุณหภูมิห้อง ควรอุ่นซ้ำทุก 2–4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารเน่าเสีย หรือควรเก็บในภาชนะอุ่นร้อนอัตโนมัติที่สามารถรักษาอุณหภูมิได้ต่อเนื่อง
- เลือกใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ให้เหมาะกับประเภทอาหาร และผ่านมาตรฐาน Food Grade เช่น อาหารแห้งหรืออาหารแช่แข็ง ควรเก็บในภาชนะสุญญากาศ
- ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิในคลังเก็บสินค้าหรือตู้แช่เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารไม่เสื่อมสภาพก่อนเวลา
- สำหรับวัตถุดิบที่ควรนำมาแปรรูป ควรเลือกที่ยังสด สะอาด และผ่านการเก็บรักษาอย่างเหมาะสมก่อนแปรรูป
การเก็บรักษาอาหารอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่มคุณภาพอาหาร ลดการเน่าเสีย
ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง หรืออาหารปรุงสำเร็จ การเก็บรักษาอาหารให้เหมาะสมกับประเภทของวัตถุดิบเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค นอกจากนี้ อย่าลืมเลือกใช้ภาชนะให้เหมาะสม ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น รวมถึงการวางแผนจัดเรียงอาหารในตู้เย็นอย่างเป็นระบบ ล้วนช่วยลดการเน่าเสียของอาหาร และยืดอายุของวัตถุดิบให้เก็บได้นานยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น อาหารปรุงสำเร็จ ควรอุ่นทุก 2-3 ชั่วโมง ศึกษาวิธีการดูแลรักษาตู้เย็น หรือหลักการเลือกใช้อุปกรณ์ในการถนอมอาหาร เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพของอาหารทั้งสิ้น