
วิตามินบีรวม คือส่วนสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างพลังงานภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของระบบประสาท-สมอง การสร้างภูมิคุ้มกัน การไหลเวียนโลหิต และโรคเบาหวาน
ปัจจุบันในช่วงเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ก่อให้เกิดความเครียดสะสม บางท่านมักได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งยังรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาหารเสริมหรือวิตามินในรูปแบบต่าง ๆ จึงเป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ในวันนี้เราจะมาดูข้อมูลของวิตามินบีรวมที่ทุกท่านสงสัยว่าวิตามินบีรวมช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ประโยชน์ของวิตามินบีรวมมีอะไรบ้าง หากร่างกายขาดวิตามินบีรวม ผลข้างเคียงจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายหรือไม่ วันนี้เรามาไขคำตอบกันในบทความเกี่ยวกับวิตามินบีรวมนี้กันเถอะ

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) คือ วิตามินที่สามารถละลายในน้ำได้ โดยสามารถพบเจอวิตามินบีรวมได้จากอาหารที่ทานเป็นประจำในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ธัญพืช เป็นต้น ในแต่ละวันร่างกายต่างได้รับสารอาหารแตกต่างกันออกไป แต่ก็อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายได้ ดังนั้นในปัจจุบันจึงนิยมการรับประทานวิตามินบีรวมในรูปแบบอาหารเสริม / แคปซูล เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารทดแทนตามที่ต้องการได้ ซึ่งวิตามินบีรวมช่วยอะไร และวิตามินบี 1 บี 6 บี 12 สรรพคุณมีอะไรบ้าง ข้อดีของวิตามินบี มีอะไรบ้าง สามารถแบ่งได้ดังนี้
วิตามินบี 1 มีอีกชื่อว่า ไธอะมีน (Thiamine) มีส่วนช่วยในเรื่องเกี่ยวข้องกับระบบประสาท ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ ช่วยให้การทำงานในระบบหัวใจสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ สามารถช่วยรักษาอาการเหน็บชาได้ ซึ่งวิตามินบี 1 ช่วยเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย สามารถพบวิตามินบี 1 ได้จากอาหารจำพวก นมถั่วเหลือง ข้าวสาลี ธัญพืช งา เมล็ดทานตะวัน เนื้อหมู เป็นต้น
วิตามินบี 2 มีอีกชื่อว่า ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) โดยประโยชน์ของวิตามินบี 2 จะช่วยในเรื่องของการให้พลังงานแก่ร่างกาย การบำรุงสุขภาพและผลิตเซลล์ผม เล็บ ผิวหนัง ช่วยในการมองเห็น ลดความเหนื่อยล้าจากการใช้งานของดวงตา ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหาร ดูแลเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกาย พร้อมทั้งระบบสืบพันธุ์อีกด้วย สามารถพบวิตามินบี 2ได้จากอาหารไข่ไก่ เห็ด ผักโขม ผักใบเขียว เครื่องในสัตว์ เนื้อวัว เป็นต้น
วิตามินบี 3 มีอีกชื่อว่า ไนอะซิน (Niacin) เป็นส่วนที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน ลดระดับคอเลสเตอรอล (ค่าไขมันในเลือดที่ทางการแพทย์ใช้ประเมินค่าความเสี่ยงของโรคหัวใจ / หลอดเลือด) กับไตรกลีเซอไรด์ ( มีหน้าที่ในการสังเคราะห์สารที่จำเป็นในร่างกายจนกลายเป็นแหล่งสะสมพลังงาน) และช่วยในระบบการย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพบวิตามินบี 3 ได้จากอาหารจำพวกเนื้อปลา ทูน่า ปลาแซลมอน ข้าวกล้อง ถั่วลิสง เนื้อไก่ เป็นต้น
วิตามินบี 5 มีอีกชื่อว่า กรดแพนโทเธนิก (Pantothenic acid) เป็นส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยในระบบย่อยอาหาร มีหน้าที่บำรุงสภาพผิว เล็บ เส้นผม ทั้งยังช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกายให้คงที่ ช่วยป้องกันความอ่อนเพลียของร่างกาย รักษาอาการเหน็บชาในบริเวณมือ – เท้าได้ สามารถพบวิตามินบี 5 ได้จากอาหารจำพวก ข้าวกล้อง ไข่ มันฝรั่ง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล ผักใบเขียว นม เป็นต้น
วิตามินบี 6 มีอีกชื่อว่า ไพริดอกซีน (Pyridoxine) เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลทางอารมณ์ให้คงที่ กระตุ้นกระบวนการของระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายให้สามารถทำงานอย่างเป็นปกติ ทั้งช่วยในการดูดซึมสารอาหารพวกโปรตีน ไขมันให้ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ป้องกันโรคนิ่วในไต โรคเกี่ยวกับระบบประสาท และโรคผิวหนังบางประเภท โดยสามารถพบวิตามินบี 6 ได้จากอาหารพวกเครื่องในไก่ อกไก่ ถั่ว กล้วย มันฝรั่ง เป็นต้น
วิตามินบี 7 มีอีกชื่อว่า ไบโอติน (Biotin) มีส่วนในการเร่งปฏิกิริยา โคเอนไซม์ (co-enzyme) ช่วยให้ร่างกายได้นำสารอาหารประเภทไขมันไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งไบโอตินยังช่วยในเรื่องของการบำรุงสมอง บำรุงสภาพผิวหนัง ดวงตา เล็บ และผมให้เกิดการสร้างเซลล์ต่าง ๆ ทั้งเซลล์ประสาท ไขกระดูก รวมถึงช่วยลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย สามารถพบวิตามินบี 7 ได้จากอาหารประเภท ไข่แดง กล้วย ตับ ถั่วลิสง ดอกกะหล่ำ อัลมอนด์ เป็นต้น
วิตามินบี 9 มีอีกชื่อว่า กรดโฟลิก (Folic acid) เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของทารก มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง ลดการเกิดภาวะโลหิตจาง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ทั้งยังป้องกันอาการอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย สามารถพบวิตามินบี 9 ได้จากอาหารเช่น ไข่ ตับ ผักใบเขียว กล้วย อะโวคาโด เป็นต้น
วิตามินบี 12 มีอีกชื่อว่า โคบาลามิน (Cobalamin) มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในระบบประสาทและสมอง ช่วยในการเพิ่มความทรงจำ การมีสมาธิ รวมถึงช่วยในการทรงตัวของร่างกาย ปรับสมดุลทางด้านอารมณ์ลดความเครียด ลดอาการหงุดหงิด ชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อม ทั้งยังช่วยให้กระบวนการเผาผลาญเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ สามารถพบวิตามินบี 12 ได้จากอาหารพวก ปลา เนื้อสัตว์ ตับ โยเกิร์ต ไข่ ชีส นม เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าวิตามินบีเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งวิตามินบีรวมทานตอนไหนถึงจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนใหญ่มักจะให้ทานพร้อมมื้ออาหาร / หลังอาหารในช่วงมื้อแรกของวัน แทนการทานมื้อดึกก่อนนอน เพื่อให้สารอาหารได้ดูดซึมได้ดี เนื่องจากการทานวิตามินช่วงดึกอาจจะทำให้ร่างกายทำงานตลอดเวลา สมองไม่ได้รับการพักผ่อนนั้นเอง
ในแต่ละวันร่างกายมักจะต้องได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ หากร่างกายขาดวิตามินชนิดใดชนิดหนึ่งไปในระยะเวลาหนึ่งมักจะไม่เห็นผลกระทบมากนัก แต่ถ้าหากขาดวิตามินในระยะเวลานาน ๆ เข้าจะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในร่างกายได้ ซึ่งการขาดวิตามินบีรวมอาจนำไปสู่ผลกระทบได้ตั้งแต่ระบบประสาท ระบบหัวใจ ระบบการเผาผลาญ การผลิตเซลล์ผิวหนัง เล็บ ผม ส่งผลให้ร่างกายทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของวิตามินบี หรือการทานวิตามินบีรวม จะช่วยให้ท่านห่างไกลจากโรคเหล่านี้ได้
ปัจจุบันการทานวิตามินเสริมบำรุงร่างกายบางชนิดมันจะเน้นวิตามินบีรวมที่สำคัญเช่น วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 ที่ช่วยในเรื่องของระบบประสาท หรืออาจจะเป็นวิตามินบีรวมทั้งหมด เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามก่อนการรับประทานวิตามินบีรวม ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้ท่านได้คำนวณการรับประทานให้ถูกวิธี เมื่อท่านเลือกทานวิตามินบีรวมเพื่อบำรุงร่างกายแล้วนั้น ท่านควรรับประทานอาหารประเภทอื่นเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอ แต่ต้องรวมถึงการออกกำลังกาย และดื่มน้ำให้พอต่อความต้องการประจำวันไปด้วย
หมอดู - ดูดวง - ทำนายเบอร์โทร - ทำนายตัวเลข - หมอเมท - ทศวิวัฒน์ - พยากรณ์เบอร์ - เบอร์มงคล - เลขมงคล - เลขศาสตร์ - หมอดูเบอร์ - จัดเบอร์มงคล - อบรมเรื่องตัวเลข - บทความตัวเลข - เลขรวย