อุปกรณ์อย่าง ที่ตรวจไข้ กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานประจำบ้านที่ช่วยให้เราประเมินความรุนแรงของอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันมีให้เลือกหลายรูปแบบทั้งแบบดิจิทัลที่ใช้สัมผัสผิวหนังและแบบอินฟราเรดที่ไม่ต้องสัมผัสตัว การเลือกใช้งานต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่วัดเป็นหลัก เช่น การวัดทางปาก ทางรักแร้ หรือทางหู ซึ่งแต่ละจุดจะมีค่าอุณหภูมิปกติที่แตกต่างกันเล็กน้อย การใช้เครื่องมือที่มีความไวสูงและผ่านการปรับเทียบมาตรฐานจะช่วยลดความคลาดเคลื่อน ทำให้เจ้าของบ้านสามารถตัดสินใจได้ว่าควรดูแลอาการเบื้องต้นเองหรือต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

เพื่อให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ผู้ใช้งานควรพักร่างกายอยู่นิ่งๆ อย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก่อนการวัดไข้ทางปาก รวมถึงไม่ควรวัดไข้ทันทีหลังจากการออกกำลังกายหรือการอาบน้ำอุ่นเพราะอุณหภูมิพื้นผิวร่างกายจะสูงกว่าปกติชั่วคราว สำหรับเครื่องวัดแบบอินฟราเรดที่ยิงผ่านหน้าผาก ต้องระวังเรื่องเหงื่อหรือเครื่องสำอางที่อาจบดบังการรับรังสีความร้อน รวมถึงระยะห่างที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตระบุ เพื่อให้เซนเซอร์สามารถประมวลผลค่าความร้อนจากหลอดเลือดแดงบริเวณหน้าผากได้อย่างถูกต้อง
อุณหภูมิร่างกายปกติของมนุษย์จะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส แต่หากวัดได้ตั้งแต่ 37.5 ถึง 38.4 องศาเซลเซียสจะถือว่ามีไข้ต่ำ ซึ่งร่างกายกำลังพยายามต่อสู้กับเชื้อโรค หากอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสจะจัดว่าเป็นไข้สูงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ระบบควบคุมอุณหภูมิอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ การจดบันทึกค่าอุณหภูมิเป็นระยะจะช่วยให้แพทย์เห็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของโรคได้ชัดเจนขึ้น การทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยแอลกอฮอล์หลังการใช้งานทุกครั้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในครอบครัว
หมอดู - ดูดวง - ทำนายเบอร์โทร - ทำนายตัวเลข - หมอเมท - ทศวิวัฒน์ - พยากรณ์เบอร์ - เบอร์มงคล - เลขมงคล - เลขศาสตร์ - หมอดูเบอร์ - จัดเบอร์มงคล - อบรมเรื่องตัวเลข - บทความตัวเลข - เลขรวย